หากคุณกำลังเริ่มต้นเทรด Forex การเลือกโบรกเกอร์ที่ใช้งานง่าย น่าเชื่อถือ และเหมาะกับมือใหม่ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
หนึ่งในโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ XM Official Website ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการเปิดบัญชีง่าย ฝากขั้นต่ำต่ำ รองรับทั้ง MT4 และ MT5 รวมถึงมีประเภทบัญชีให้เลือกหลายรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม มือใหม่จำนวนมากมักพลาดในขั้นตอนสมัคร เช่น
- เลือกประเภทบัญชีผิด
- เลือก MT4 หรือ MT5 ไม่เหมาะกับการใช้งาน
- ตั้งค่าสกุลเงินบัญชีผิด
- กรอกข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารยืนยันตัวตน
- ไม่รู้ว่าบางค่าหลังสมัครแล้วแก้ไขไม่ได้
แม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถึงขั้นใช้งานไม่ได้ แต่ในหลายกรณีอาจต้องเปิดบัญชีใหม่เพิ่มภายหลัง ซึ่งเสียเวลาและสร้างความสับสนได้
บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่เริ่มสมัครจนถึงยืนยันตัวตน พร้อมแนะนำสิ่งสำคัญที่ควรระวัง เพื่อให้คุณเปิดบัญชี XM ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
ภายในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้:
- วิธีเปิดบัญชี XM แบบ Step-by-Step
- ประเภทบัญชี XM แต่ละแบบเหมาะกับใคร
- การตั้งค่าอะไรที่แก้ไขไม่ได้ภายหลัง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนสมัคร
- วิธีเปิดบัญชี XM เพิ่มเติมภายหลัง
- จุดสำคัญที่มือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด
- ทำไมเทรดเดอร์จำนวนมากถึงเลือก XM?
- ก่อนเปิดบัญชี XM ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- วิธีเปิดบัญชี XM แบบละเอียดทีละขั้นตอน
- ขั้นตอนที่ 1 — เข้าเว็บไซต์ XM อย่างเป็นทางการ
- ขั้นตอนที่ 2 — กรอกข้อมูลพื้นฐาน
- ขั้นตอนที่ 3 — เลือกแพลตฟอร์มเทรด (MT4 หรือ MT5)
- ขั้นตอนที่ 4 — เลือกประเภทบัญชี XM
- ขั้นตอนที่ 5 — เลือกสกุลเงินของบัญชี
- ขั้นตอนที่ 6 — ตั้งค่าเลเวอเรจ
- ขั้นตอนที่ 7 — ตั้งรหัสผ่านและสมัครให้เสร็จ
- ขั้นตอนที่ 8 — ยืนยันตัวตน (KYC)
- สาเหตุที่ KYC ไม่ผ่านบ่อยที่สุด
- XM สามารถเปิดได้หลายบัญชี
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดตอนสมัคร XM
- XM เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?
- สรุป: สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเปิดบัญชี XM
ทำไมเทรดเดอร์จำนวนมากถึงเลือก XM?
XM เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในเอเชีย เพราะมีจุดเด่นหลายด้าน เช่น
- ฝากขั้นต่ำเริ่มต้นเพียงประมาณ $5
- รองรับทั้ง MT4 และ MT5
- มีบัญชีหลายประเภท
- มีบัญชี Micro สำหรับมือใหม่
- เลเวอเรจยืดหยุ่น
- รองรับหลายภาษา
- สมัครง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน
- ฝากถอนค่อนข้างรวดเร็ว
สำหรับผู้เริ่มต้น จุดแข็งสำคัญของ XM คือสามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่สูง และยังเปิดบัญชีเพิ่มได้ในภายหลังหากต้องการเปลี่ยนรูปแบบการเทรด
ก่อนเปิดบัญชี XM ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ก่อนเริ่มสมัคร แนะนำให้เตรียมข้อมูลและเอกสารดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนตัว
คุณจะต้องกรอกข้อมูล เช่น
- ชื่อ-นามสกุลจริง
- วันเดือนปีเกิด
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล
- ที่อยู่ปัจจุบัน
ข้อสำคัญ
ข้อมูลทั้งหมดควรตรงกับเอกสารยืนยันตัวตน
หากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้การยืนยันบัญชีล่าช้าหรือไม่ผ่านได้
เอกสารยืนยันตัวตน (KYC)
XM กำหนดให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
โดยทั่วไปจะต้องใช้:
เอกสารยืนยันตัวตน
อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- Passport
- บัตรประชาชน
- ใบขับขี่
เอกสารยืนยันที่อยู่
เช่น
- ใบแจ้งยอดธนาคาร
- บิลค่าน้ำค่าไฟ
- ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต
โดยเอกสารส่วนใหญ่มักต้อง:
- ออกภายใน 3 เดือนล่าสุด
- มีชื่อและที่อยู่ชัดเจน
วิธีเปิดบัญชี XM แบบละเอียดทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 — เข้าเว็บไซต์ XM อย่างเป็นทางการ
เริ่มต้นโดยเข้าเว็บไซต์ XM:
จากนั้นกดปุ่ม:
“เปิดบัญชีจริง (Open a Real Account)”

ขั้นตอนที่ 2 — กรอกข้อมูลพื้นฐาน
ระบบจะให้กรอกข้อมูล เช่น
- ประเทศที่อาศัย
- ภาษา
- ชื่อ-นามสกุล
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล
กรอกเสร็จแล้วกดดำเนินการต่อ
ข้อควรระวัง
ชื่อภาษาอังกฤษต้องตรงกับเอกสารจริง
หลายคนสมัครไม่ผ่านเพราะ:
- ใช้ชื่อเล่น
- สะกดชื่อผิด
- ลำดับชื่อไม่ตรง Passport
ขั้นตอนที่ 3 — เลือกแพลตฟอร์มเทรด (MT4 หรือ MT5)
XM รองรับทั้ง:
- MetaTrader 4 (MT4)
- MetaTrader 5 (MT5)
นี่ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

MT4 กับ MT5 ต่างกันอย่างไร?
MT4 เหมาะกับ:
- มือใหม่
- เทรด Forex เป็นหลัก
- คนที่ชอบระบบใช้งานง่าย
- ผู้ใช้ EA จำนวนมาก
MT5 เหมาะกับ:
- เทรดเดอร์ที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่ม
- เทรดหลายสินทรัพย์
- ใช้งานระบบวิเคราะห์ขั้นสูง
- Backtest ได้ละเอียดกว่า
สำคัญมาก: เลือกแล้วเปลี่ยนทีหลังไม่ได้
บัญชี MT4 ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น MT5 ได้โดยตรง
หากเลือกผิด คุณจะต้อง:
- เปิดบัญชีใหม่เพิ่มภายหลัง
ดังนั้นควรตัดสินใจให้ดีก่อนสมัคร

ขั้นตอนที่ 4 — เลือกประเภทบัญชี XM
XM มีบัญชีหลายประเภท ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์ต่างกัน
ด้านล่างคือสรุปแบบเข้าใจง่าย

ประเภทบัญชี XM
| ประเภทบัญชี | เหมาะกับใคร | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Micro Account | มือใหม่ | ใช้ล็อตเล็ก ความเสี่ยงต่ำ |
| Standard Account | เทรดทั่วไป | บัญชีมาตรฐานยอดนิยม |
| Ultra Low Account | สายเทรดสั้น | สเปรดต่ำ |
| Shares Account | นักลงทุนหุ้น | เทรดหุ้น CFD |
บัญชี Micro
เหมาะกับมือใหม่มากที่สุด
ข้อดี:
- ใช้เงินเริ่มต้นน้อย
- ความเสี่ยงต่อออเดอร์ต่ำ
- ฝึกเทรดได้ง่ายกว่า
หากเพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex ส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มจากบัญชี Micro
บัญชี Standard
เป็นประเภทบัญชีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ XM
เหมาะกับ:
- เทรดเดอร์ทั่วไป
- คนที่มีประสบการณ์ระดับหนึ่งแล้ว
บัญชี Ultra Low
เหมาะกับ:
- Scalping
- Day Trading
- คนที่เน้นต้นทุนสเปรดต่ำ
บัญชี Shares
ใช้สำหรับเทรดหุ้น CFD เป็นหลัก
โดยทั่วไปต้องใช้เงินทุนสูงกว่า เหมาะกับผู้มีประสบการณ์

ขั้นตอนที่ 5 — เลือกสกุลเงินของบัญชี
XM ให้เลือกสกุลเงินบัญชี เช่น
- USD
- EUR
- JPY

สำคัญมาก: สกุลเงินบัญชีเปลี่ยนทีหลังไม่ได้
นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาก
หลายคนเพิ่งมารู้ภายหลังว่า:
- เสียค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน
- ฝากถอนยุ่งยากกว่าเดิม
แต่ไม่สามารถแก้ไขสกุลเงินเดิมได้แล้ว
ควรเลือกสกุลเงินอะไรดี?
แนะนำให้เลือกสกุลเดียวกับ:
- บัญชีธนาคาร
- ช่องทางฝากถอนหลัก
- สกุลเงินที่ใช้งานประจำ
เช่น หากคุณฝากถอนเป็น USD เป็นหลัก ก็ควรเลือกบัญชี USD
ขั้นตอนที่ 6 — ตั้งค่าเลเวอเรจ
XM มีเลเวอเรจให้เลือกหลายระดับ เช่น
- 1:100
- 1:500
- สูงกว่านั้น

ข่าวดี: เลเวอเรจเปลี่ยนภายหลังได้
ต่างจาก:
- MT4/MT5
- ประเภทบัญชี
- สกุลเงินบัญชี
เลเวอเรจสามารถปรับเปลี่ยนได้ทีหลังผ่านสมาชิกพื้นที่สมาชิก XM
ดังนั้นมือใหม่ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปตอนสมัคร
คำแนะนำเรื่องเลเวอเรจสำหรับมือใหม่
แม้เลเวอเรจสูงจะดูน่าสนใจ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากเช่นกัน
หลายคนล้างพอร์ตเร็วเพราะ:
- ใช้ล็อตใหญ่เกินไป
- ใช้เลเวอเรจสูงเกินจำเป็น
ควรเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง

ขั้นตอนที่ 7 — ตั้งรหัสผ่านและสมัครให้เสร็จ
หลังจากนั้นให้:
- ตั้งรหัสผ่าน
- ส่งคำขอสมัคร
XM จะส่ง:
- อีเมลยืนยัน
- ข้อมูลบัญชี MT4/MT5
- ข้อมูลเข้าสู่ระบบสมาชิก
ขั้นตอนที่ 8 — ยืนยันตัวตน (KYC)
หลังสมัครเสร็จ ต้องอัปโหลด:
- เอกสารยืนยันตัวตน
- เอกสารยืนยันที่อยู่
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงจะใช้งานได้เต็มรูปแบบ
โดยปกติใช้เวลาไม่นาน
สาเหตุที่ KYC ไม่ผ่านบ่อยที่สุด
ปัญหาที่พบบ่อย เช่น
- รูปไม่ชัด
- เอกสารถูกตัดขอบ
- ที่อยู่ไม่ตรงกัน
- ใช้เอกสารหมดอายุ
ควรถ่ายภาพให้ครบและชัดเจน
ถ้าเลือกบัญชีผิดตอนสมัคร ต้องทำอย่างไร?
ข่าวดีคือ XM อนุญาตให้เปิดบัญชีเพิ่มได้
เช่น:
- เปลี่ยนจาก MT4 เป็น MT5
- เปลี่ยนประเภทบัญชี
- เปลี่ยนสกุลเงินบัญชี
ทั้งหมดสามารถทำได้โดยสร้างบัญชีเทรดใหม่เพิ่มเติม
XM สามารถเปิดได้หลายบัญชี
XM รองรับการมีหลายบัญชีภายใต้ผู้ใช้งานเดียว
เหมาะสำหรับ:
- แยกกลยุทธ์เทรด
- แยกความเสี่ยง
- ทดสอบ EA
- บริหารพอร์ตหลายรูปแบบ
จำนวนบัญชีสูงสุดของ XM
XM มีข้อจำกัดจำนวนบัญชีต่อผู้ใช้งาน
รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามประเทศและเงื่อนไขล่าสุด
แนะนำให้ตรวจสอบ:
- ใน Members Area
- หรือสอบถาม Support โดยตรง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดตอนสมัคร XM
1. เลือกสกุลเงินบัญชีผิด
เปลี่ยนทีหลังไม่ได้
นี่คือข้อผิดพลาดอันดับต้น ๆ ของมือใหม่
2. เลือก MT4/MT5 ผิด
หลายคนเพิ่งรู้ภายหลังว่า MT5 เหมาะกับตัวเองมากกว่า
แต่ต้องเปิดบัญชีใหม่เท่านั้น
3. ใช้เลเวอเรจสูงเกินไปตั้งแต่แรก
แม้กำไรจะดูน่าสนใจ แต่ความเสี่ยงก็สูงมาก
4. เลือกประเภทบัญชีไม่เหมาะกับตัวเอง
เช่น:
- มือใหม่แต่เปิด Ultra Low
- ทุนน้อยแต่ไม่ใช้ Micro
อาจทำให้บริหารความเสี่ยงยากขึ้น
5. ไม่ยืนยันตัวตนตั้งแต่แรก
บางคนรอจนถอนเงินค่อยทำ KYC
ซึ่งอาจทำให้การถอนล่าช้า
แนะนำให้ยืนยันตัวตนทันทีหลังสมัคร
XM เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?
โดยรวมถือว่าเหมาะมาก
โดยเฉพาะสำหรับ:
- คนเริ่มต้นเทรด Forex
- ผู้มีเงินทุนไม่สูง
- คนที่ต้องการเรียนรู้ระบบเทรด
ข้อดีหลักคือ:
- เปิดบัญชีง่าย
- มีบัญชี Micro
- ใช้งาน MT4 ง่าย
- รองรับหลายบัญชี
- เงินเริ่มต้นต่ำ
สรุป: สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเปิดบัญชี XM
ก่อนสมัคร XM ควรจำให้ขึ้นใจว่า
สิ่งที่เปลี่ยนทีหลังไม่ได้:
- MT4 / MT5
- ประเภทบัญชี
- สกุลเงินบัญชี
หากเลือกผิด ต้องเปิดบัญชีใหม่เพิ่มเท่านั้น
สิ่งที่เปลี่ยนได้ภายหลัง:
- เลเวอเรจ
- รหัสผ่าน
- การตั้งค่าบางส่วน
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไปเรื่องเลเวอเรจตอนสมัคร


