ใบอนุญาต Forex Broker คืออะไร? เปรียบเทียบ FCA, ASIC, CySEC และวิธีเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ปลอดภัยในปี 2026

Forex Broker Licenses Explained (2026): FCA, ASIC, CySEC & How to Choose a Safe Broker

เวลาที่เทรดเดอร์เลือก Forex Broker ส่วนใหญ่มักโฟกัสที่เรื่อง:

  • สเปรดต่ำ
  • เลเวอเรจสูง
  • โบนัสเปิดบัญชี
  • ถอนเงินเร็ว

แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ “ความปลอดภัยของโบรกเกอร์”

หนึ่งในวิธีประเมินว่า Forex Broker มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ คือการตรวจสอบว่าโบรกเกอร์นั้นได้รับ “ใบอนุญาตทางการเงิน” (Financial License) จากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือหรือไม่

โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและประเทศไทย ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีทั้ง:

  • โบรกเกอร์เถื่อน
  • เว็บปลอม
  • ปัญหาถอนเงินไม่ได้
  • แพลตฟอร์ม MT4/MT5 ปลอม
  • โบรกเกอร์ที่ปิดเว็บหนี

ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ “Regulation” หรือการกำกับดูแลมากขึ้น

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ Forex ที่ปลอดภัยในปี 2026 การเข้าใจเรื่องใบอนุญาตถือเป็นสิ่งจำเป็น

บทความนี้จะอธิบายแบบละเอียด:

  • ใบอนุญาต Forex Broker คืออะไร
  • FCA, ASIC, CySEC ต่างกันอย่างไร
  • โบรกเกอร์มีใบอนุญาตกับไม่มีใบอนุญาต แตกต่างกันตรงไหน
  • TMGM, Exness, XM และ HFM ถือใบอนุญาตอะไรบ้าง
  • วิธีดูว่าโบรกเกอร์ปลอดภัยจริงหรือไม่
  • ปัจจัยด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ควรตรวจสอบก่อนเปิดบัญชี

หากคุณต้องการเลือก Forex Broker ที่ทั้ง “ปลอดภัย” และ “น่าเชื่อถือ” บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก


ใบอนุญาต Forex Broker คืออะไร?

ใบอนุญาต Forex Broker คือการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของแต่ละประเทศ ให้โบรกเกอร์สามารถให้บริการซื้อขาย Forex, CFD และผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หน่วยงานกำกับดูแลหลักที่พบได้บ่อย เช่น:

  • FCA (สหราชอาณาจักร)
  • ASIC (ออสเตรเลีย)
  • CySEC (ไซปรัส)
  • DFSA (ดูไบ)
  • FSCA (แอฟริกาใต้)
  • FSA (เซเชลส์)
  • FSC (มอริเชียส / เบลีซ)

การจะได้รับใบอนุญาตเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโบรกเกอร์ต้องผ่านข้อกำหนดหลายด้าน เช่น:

  • เงินทุนขั้นต่ำของบริษัท
  • การแยกเก็บเงินลูกค้า
  • ระบบบริหารความเสี่ยง
  • การตรวจสอบบัญชี
  • ระบบป้องกันการฟอกเงิน (AML)
  • ขั้นตอนยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC)

โดยทั่วไป ยิ่งหน่วยงานกำกับดูแลเข้มงวดมาก ต้นทุนและความยากในการขอใบอนุญาตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ “ใบอนุญาต” เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการเลือกโบรกเกอร์


ทำไมใบอนุญาตของ Forex Broker ถึงสำคัญ?

หลายคนคิดว่า:

“ขอแค่เทรดได้ สเปรดต่ำ ก็พอแล้ว”

แต่ในความจริง ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่การขาดทุนจากการเทรด แต่เป็น “ความเสี่ยงจากตัวโบรกเกอร์เอง”

หากโบรกเกอร์ไม่มีความน่าเชื่อถือ ต่อให้กลยุทธ์เทรดดีแค่ไหน เงินทุนของคุณก็อาจไม่ปลอดภัย


ความแตกต่างระหว่างโบรกเกอร์มีใบอนุญาต กับไม่มีใบอนุญาต

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ:

“มีหน่วยงานคอยกำกับดูแลหรือไม่”

โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต:

  • ต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานกำกับ
  • ต้องผ่านการตรวจสอบเป็นประจำ
  • ต้องแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท
  • หากทำผิด อาจถูกปรับหรือเพิกถอนใบอนุญาต

ส่วนโบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาต:

  • แทบไม่มีการตรวจสอบ
  • การบริหารเงินไม่โปร่งใส
  • ลูกค้าร้องเรียนได้ยาก
  • มีความเสี่ยงปิดหนีสูงกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเทรดเดอร์จำนวนมากจึงเลือกใช้โบรกเกอร์ที่มี “หลายใบอนุญาต” และเปิดให้บริการมายาวนาน


ใบอนุญาตช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เงินทุนได้อย่างไร?


การแยกเก็บเงินลูกค้า (Segregated Accounts)

หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแล คือโบรกเกอร์ต้องแยกเงินลูกค้าออกจากบัญชีดำเนินงานของบริษัท

หมายความว่า:

โบรกเกอร์ไม่สามารถนำเงินลูกค้าไปใช้หมุนเวียนธุรกิจได้โดยอิสระ

หากบริษัทมีปัญหาทางการเงิน เงินของลูกค้าก็จะได้รับการปกป้องมากขึ้น


การตรวจสอบทางการเงิน

โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลต้องส่งรายงานทางการเงินต่อหน่วยงานกำกับเป็นประจำ เช่น:

  • งบการเงิน
  • สภาพคล่อง
  • เงินทุนสำรอง
  • รายงานความเสี่ยง

จึงช่วยลดโอกาสที่โบรกเกอร์จะดำเนินธุรกิจแบบไม่โปร่งใส


ระบบคุ้มครองนักลงทุน

บางหน่วยงาน เช่น FCA ของอังกฤษ มีระบบชดเชยสำหรับลูกค้าในบางกรณี

แม้จะไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ แต่ก็ถือว่าปลอดภัยกว่าการใช้โบรกเกอร์ไม่มีใบอนุญาตอย่างมาก


ลดความเสี่ยงจากโบรกเกอร์โกง

แน่นอนว่า “มีใบอนุญาต” ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีปัญหาเลย

แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก เพราะโบรกเกอร์ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบตลอดเวลา


หน่วยงานกำกับดูแล Forex ที่สำคัญที่สุดในปี 2026


FCA (Financial Conduct Authority) — อังกฤษ

FCA ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดที่สุดในโลก

เทรดเดอร์จำนวนมากมองว่า:

“ถ้ามี FCA ถือว่าน่าเชื่อถือระดับสูง”

จุดเด่นของ FCA

  • มาตรฐานสูงมาก
  • แยกเงินลูกค้าเข้มงวด
  • มี Negative Balance Protection
  • มีระบบคุ้มครองนักลงทุน
  • ควบคุมการตลาดอย่างจริงจัง

ความยากในการขอใบอนุญาต FCA

สูงมาก

โบรกเกอร์ต้องมีระบบ Compliance และการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแรง

เหมาะกับใคร?

  • คนที่เน้นความปลอดภัยของเงินทุน
  • นักลงทุนระยะยาว
  • เทรดเดอร์ที่ใช้เงินทุนสูง

ASIC (Australian Securities and Investments Commission) — ออสเตรเลีย

ASIC เป็นใบอนุญาตที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่เทรดเดอร์ไทย

โบรกเกอร์ระดับโลกจำนวนมากเลือกใช้ ASIC เป็นใบอนุญาตหลัก

จุดเด่นของ ASIC

  • มีมาตรฐานสูง
  • ตรวจสอบเข้มงวด
  • การบริหารเงินลูกค้าชัดเจน
  • ชื่อเสียงดีในตลาดเอเชีย

ทำไมคนไทยนิยมโบรกเกอร์ ASIC?

เพราะ ASIC ถูกมองว่า:

“ปลอดภัย แต่ยังยืดหยุ่นด้านการเทรด”

หลายโบรกเกอร์ยังสามารถให้เงื่อนไขการเทรดที่ดี เช่น สเปรดต่ำ และระบบ ECN ได้


CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission) — ไซปรัส

CySEC เป็นหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปที่พบได้บ่อยมากในวงการ Forex

หลายโบรกเกอร์ระดับโลกใช้ CySEC เป็นฐานให้บริการลูกค้านานาชาติ

จุดเด่นของ CySEC

  • อยู่ภายใต้กฎหมายการเงินยุโรป
  • มี Investor Compensation Fund
  • ได้มาตรฐาน MiFID
  • มีความน่าเชื่อถือระดับสากล

CySEC เข้มงวดแค่ไหน?

โดยทั่วไปอาจไม่เข้มเท่า FCA

แต่ยังถือว่าเป็นใบอนุญาตระดับดี และได้รับการยอมรับทั่วโลก


DFSA (Dubai Financial Services Authority) — ดูไบ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดูไบกลายเป็นศูนย์กลางการเงินใหม่ของโลก

DFSA จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

จุดเด่นของ DFSA

  • มาตรฐานค่อนข้างสูง
  • ภาพลักษณ์ระดับสากล
  • เหมาะกับโบรกเกอร์ขนาดใหญ่

หลายโบรกเกอร์เริ่มขยายธุรกิจมายังตะวันออกกลางผ่านใบอนุญาตนี้


ใบอนุญาต Offshore ปลอดภัยหรือไม่?

หลายคนจะเห็นว่า Broker จำนวนมากถือใบอนุญาตจาก:

  • เซเชลส์
  • มอริเชียส
  • เบลีซ
  • วานูอาตู

ซึ่งเรียกว่า “Offshore License”

แล้วแบบนี้อันตรายไหม?

คำตอบคือ “ไม่เสมอไป”


ทำไมโบรกเกอร์ถึงใช้ Offshore License?


เพื่อให้เลเวอเรจสูง

เช่น:

  • 1:500
  • 1:1000
  • Unlimited Leverage

ซึ่ง FCA หรือ ASIC อาจไม่อนุญาต


เพื่อรองรับลูกค้าทั่วโลก

บางประเทศไม่สามารถเปิดบัญชีกับหน่วยงานยุโรปได้โดยตรง

จึงต้องใช้ Offshore Entity แทน


ลดต้นทุนการดำเนินงาน

Offshore License มีต้นทุนถูกกว่า และดำเนินการง่ายกว่า


ความเสี่ยงของ Offshore License คืออะไร?

เมื่อเทียบกับ FCA หรือ ASIC แล้ว Offshore Regulation มัก:

  • คุ้มครองนักลงทุนน้อยกว่า
  • ตรวจสอบไม่เข้มเท่า
  • ความโปร่งใสต่ำกว่า

ดังนั้น หากโบรกเกอร์มีแค่ Offshore License อย่างเดียว ควรตรวจสอบด้านอื่นเพิ่มเติมอย่างละเอียด

แต่ถ้ามีทั้ง FCA หรือ ASIC ร่วมด้วย Offshore Entity มักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจทั่วโลก


เปรียบเทียบใบอนุญาตของ Forex Broker ยอดนิยม ปี 2026

Brokerใบอนุญาตหลักพื้นที่กำกับดูแล
TMGMASIC, VFSCออสเตรเลีย, วานูอาตู
ExnessFCA, CySEC, FSCA, FSAอังกฤษ, ยุโรป, แอฟริกาใต้, เซเชลส์
XMASIC, CySEC, FSCออสเตรเลีย, ยุโรป, เบลีซ
HFMFCA, CySEC, DFSA, FSCA, FSAอังกฤษ, ยุโรป, ดูไบ, แอฟริกาใต้

ข้อมูลใบอนุญาตอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการของโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชี


วิเคราะห์ความปลอดภัยของ TMGM

TMGM เป็นโบรกเกอร์ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย

จุดเด่นสำคัญคือการถือใบอนุญาต ASIC จากออสเตรเลีย

TMGM เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการ:

  • สเปรดต่ำ
  • ระบบ ECN
  • MT4/MT5
  • Execution เร็ว
รีวิว TMGM 2026: โบรกเกอร์ Forex สเปรดต่ำ เลเวอเรจสูง น่าเปิดบัญชีไหม?
⭐ สรุป TMGM แบบรวดเร็ว (สำหรับคนรีบ)✔ สเปรดเริ่มต้น 0.0 pips (บัญชี Raw) ✔ เลเวอเรจสูงสุด 1:1000 ✔ รองรับ MT4 และ MT5 ✔ …

วิเคราะห์ความปลอดภัยของ Exness

Exness เติบโตเร็วมากในตลาดไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะเรื่อง “ถอนเงินเร็ว” ที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในกลุ่มเทรดเดอร์ไทย

จุดเด่นของ Exness:

  • ระบบถอนเงินรวดเร็ว
  • เลเวอเรจสูง
  • รองรับหลายใบอนุญาต
  • เงื่อนไขเทรดชัดเจน
รีวิว Exness ปี 2026: ดีไหม? น่าเชื่อถือหรือโกง? ค่าธรรมเนียม สเปรด และวิธีสมัคร
หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ Forex ที่เหมาะสมในปี 2026 คุณอาจเคยได้ยินชื่อ Exnessแต่คำถามที่คนไทยค้นหามากที่สุดคือ:👉 Exness…

วิเคราะห์ความปลอดภัยของ XM

XM เป็นหนึ่งใน Forex Broker ที่คนไทยรู้จักมากที่สุด

โดยเฉพาะในกลุ่มมือใหม่

จุดเด่นของ XM:

  • รองรับภาษาไทยดี
  • มีโบนัสและโปรโมชั่น
  • มีสื่อการสอนเยอะ
  • ใช้งานง่าย
รีวิว XM ปี 2026: ข้อดี ข้อเสีย ค่าธรรมเนียม และ XM น่าเชื่อถือไหม?
หากคุณกำลังเริ่มต้นเทรด Forex ในปี 2026 การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อกำไรและค…

วิเคราะห์ความปลอดภัยของ HFM

HFM หรือชื่อเดิม HotForex เป็นอีกหนึ่งโบรกเกอร์ที่ขยายตลาดในเอเชียอย่างต่อเนื่อง

HFM ถือหลายใบอนุญาต เช่น:

  • FCA
  • CySEC
  • DFSA
  • FSCA

จึงถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง

จุดเด่นของ HFM:

  • ประเภทบัญชีหลากหลาย
  • มีสื่อการสอน
  • รองรับหลายประเทศ
  • ระบบค่อนข้างเสถียร
รีวิว HFM ปี 2026: ข้อดี ข้อเสีย ค่าสเปรด และคุ้มค่าหรือไม่?
รีวิว HFM ปี 2026 แบบละเอียด ครอบคลุมความปลอดภัย สเปรด ค่าธรรมเนียม ประเภทบัญชี โบนัส Copy Trading ฝากถอน และเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ยอดนิยมอื่น ๆ

นอกจากใบอนุญาตแล้ว ควรดูอะไรอีก?

แม้ Regulation จะสำคัญมาก

แต่เทรดเดอร์มืออาชีพมักดูหลายปัจจัยร่วมกัน


มี Negative Balance Protection หรือไม่?

ระบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ขาดทุนเกินเงินฝาก

สำคัญมากสำหรับคนใช้เลเวอเรจสูง


เก็บเงินลูกค้าไว้ที่ธนาคารระดับไหน?

โบรกเกอร์ใหญ่บางแห่งใช้ธนาคารระดับ Tier-1 ในการเก็บเงินลูกค้า

ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น


เปิดให้บริการมานานแค่ไหน?

โดยทั่วไป โบรกเกอร์ที่อยู่มานานกว่า 10 ปี มักมีความน่าเชื่อถือมากกว่า


รีวิวเรื่องการถอนเงิน

สำหรับคนไทย “ถอนเงินได้จริงไหม” สำคัญมาก

ควรเช็ก:

  • ถอนเร็วไหม
  • มีปัญหาบ่อยหรือไม่
  • มีเงื่อนไขซ่อนอยู่หรือเปล่า
รีวิวการถอนเงิน TMGM และวิธีแก้ปัญหา (2026) – ถอนเงินกับ TMGM ปลอดภัยไหม?
อธิบายขั้นตอนถอนเงิน TMGM แบบละเอียด พร้อมสาเหตุที่ทำให้ถอนเงินไม่ได้ วิธีแก้ปัญหา ระยะเวลาการถอน และประสบการณ์ถอนเงินจริง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังตัดสินใจเปิดบัญชี Forex กับ TMGM
HFM ถอนเงินได้จริงไหม? รวมปัญหาการถอนเงิน วิธีแก้ และข้อมูลจริงปี 2026
HFM ถอนเงินไม่ได้จริงหรือ? รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับการถอนเงิน HFM ปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุการโดนปฏิเสธถอนเงิน วิธีแก้ไข ระยะเวลาถอนเงินจริง และประสบการณ์ถอนเงินจริงจากผู้ใช้งานจริง

เงื่อนไขการเทรดโปร่งใสหรือไม่?

โบรกเกอร์ที่ดีควรเปิดเผย:

  • สเปรด
  • ค่าคอม
  • Swap
  • เลเวอเรจ
  • Stop Out

อย่างชัดเจน


วิธีตรวจสอบว่าใบอนุญาตของ Broker เป็นของจริง

อย่าเชื่อแค่ข้อความบนเว็บไซต์

เพราะบางเว็บปลอมแปลงข้อมูลใบอนุญาตได้


วิธีเช็ก Regulation อย่างถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 1: ดูชื่อบริษัทที่ถือใบอนุญาต

ชื่อบริษัทอาจไม่ตรงกับชื่อแบรนด์


ขั้นตอนที่ 2: หาเลขใบอนุญาต

โบรกเกอร์จริงมักเปิดเผยไว้ชัดเจน


ขั้นตอนที่ 3: เข้าเว็บไซต์หน่วยงานกำกับดูแล

เช่น:

  • FCA
  • ASIC
  • CySEC

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบสถานะว่า Active หรือไม่

รวมถึงเช็กว่าโดเมนเว็บไซต์ตรงกันจริง

เพื่อป้องกัน “Clone Scam”


สัญญาณอันตรายของ Forex Broker ที่ไม่น่าเชื่อถือ

ควรระวังหากพบว่า:

  • ไม่มีใบอนุญาต
  • การันตีกำไร
  • ชวนฝากเงินหนักเกินไป
  • ถอนเงินยาก
  • ไม่มีข้อมูลบริษัทชัดเจน
  • เว็บไซต์ดูไม่น่าเชื่อถือ

ใบอนุญาตไหนดีที่สุด?

โดยรวมแล้ว FCA และ ASIC ยังถูกมองว่าเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม

ส่วน CySEC และ DFSA ก็ถือว่าได้รับการยอมรับในระดับสากลเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือก Broker ที่มี:

  • หลายใบอนุญาต
  • ประวัติยาวนาน
  • ถอนเงินเสถียร
  • รีวิวดีจากผู้ใช้จริง

มากกว่าการมองแค่โบนัสหรือเลเวอเรจสูง


สรุป: ทำไม Regulation ถึงเป็นเรื่องแรกที่ควรดู?

เทรดเดอร์มือใหม่มักสนใจ:

  • โบนัส
  • เลเวอเรจ
  • สเปรด

แต่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะดูว่า:

“เงินทุนปลอดภัยหรือไม่”

เพราะต่อให้เทรดเก่งแค่ไหน หากโบรกเกอร์ไม่น่าเชื่อถือ ก็มีโอกาสเสียเงินได้เช่นกัน

ดังนั้น ก่อนเปิดบัญชี Forex ในปี 2026 ควรให้ความสำคัญกับ:

  • ใบอนุญาต
  • ความน่าเชื่อถือ
  • ประวัติการดำเนินงาน
  • คุณภาพการถอนเงิน

เป็นอันดับแรกเสมอ

ควรเชื่อมโยงไปยังบทความ:

  • Forex Broker ที่ดีที่สุด ปี 2026
  • รีวิว TMGM
  • รีวิว Exness
  • รีวิว XM
  • รีวิว HFM
  • วิธีหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์โกง
  • ASIC vs FCA ต่างกันอย่างไร
  • Negative Balance Protection คืออะไร
  • วิธีถอนเงินจาก Forex Broker

FAQ

Forex Broker ที่มีใบอนุญาตปลอดภัยกว่าจริงไหม?

โดยทั่วไปปลอดภัยกว่า เพราะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและมีกฎคุ้มครองลูกค้า

ASIC กับ FCA ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็นหน่วยงานระดับสูง FCA เน้นการคุ้มครองนักลงทุนมาก ส่วน ASIC ได้รับความนิยมในตลาดเอเชียมากกว่า

Offshore Broker อันตรายไหม?

ไม่เสมอไป แต่หากมีแค่ Offshore License อย่างเดียว ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้านอื่นเพิ่ม

วิธีเช็กว่าโบรกเกอร์มีใบอนุญาตจริงไหม?

สามารถค้นหาชื่อบริษัทหรือเลขใบอนุญาตบนเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง

Exness, XM และ HFM เป็นโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายไหม?

ทั้งสามมีใบอนุญาตจากหลายหน่วยงานระดับสากล แต่ลูกค้าแต่ละประเทศอาจอยู่ภายใต้คนละ Regulatory Entity จึงควรตรวจสอบก่อนสมัคร